
นายตันติกร วรรณวิภูษิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชมพูภูคา จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องเงิน จังหวัดน่าน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจเครื่องเงินจังหวัดน่านอยู่ในช่วงขาขึ้น แม้ว่าเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศจะไม่ขยายตัว แต่การท่องเที่ยวยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อธุรกิจเครื่องเงิน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะนิยมเลือกซื้อเครื่องเงินเป็นของฝากของที่ระลึก ทำให้ผู้ประกอบการมีการขยายหน้าร้านไปสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น วัด แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โรงแรม รีสอร์ต และยังมีผู้ค้ารายเล็กรับไปจำหน่ายต่ออีกด้วย




ด้านตลาดส่งออก ยุโรป บราซิล อินเดีย ทรงตัว โดนหางเลขพิษเศรษฐกิจโลก ผู้ประกอบการเน้นออกแบบดีไซน์ให้ทันสมัยเอาใจวัยรุ่น พร้อมผนึก ม.บูรพา ทำวิจัยตลาดใหม่
ทั้งนี้ ธุรกิจเครื่องเงินขยายตัว 30-40% ต่อปี และปี 2558 คาดว่าจะเติบโต 30% แนวโน้มยังคงเติบโตในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะตลาดในประเทศ กลุ่มข้าราชการ วัยรุ่น เนื่องจากมีการออกแบบดีไซน์ที่ทันสมัยตรงกับความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ ขณะที่ตลาดส่งออกหลักในปีนี้ทั้งตลาดบราซิล และยุโรป ถือว่าอยู่ในภาวะทรงตัว เพราะปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า
” ปัจจุบันสถานการณ์การแข่งขันไม่สูงมากนัก เพราะผู้ประกอบการมีการหารือกันอยู่ตลอดเวลา ทำข้อตกลงร่วมกันว่าในช่วงไฮซีซั่น จะไม่มีการออกมาทำแคมเปญแรงแข่งกัน จะกำหนดราคาให้เป็นมาตรฐานที่ไม่ต่างกันมากนักโดยขึ้นอยู่กับรูปแบบการดีไซน์ แต่หากเป็นช่วงกรีนซีซั่น สามารถออกแคมเปญดึงดูดตลาดได้ตามความเหมาะสม สำหรับคู่แข่งในตลาดใหญ่ คือ เครื่องเงินจากจังหวัดสุโขทัยที่มีจุดแข็ง การออกแบบดีไซน์ คุณภาพเนื้อเงินที่แตกต่างกันออกไป”
นายตันติกรกล่าวอีกว่า สัดส่วนตลาดแบ่งเป็นตลาดในประเทศ 50% นอกจากหน้าร้านที่จังหวัดน่านแล้วยังส่งเข้าไปจำหน่ายตามหัวเมืองท่องเที่ยวใหญ่ และในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทุกสาขา ส่วนตลาดส่งออกโดยผ่านเอเย่นต์ มีสัดส่วน 50% ตลาดหลัก คือ บราซิล อินเดีย ยุโรป ขณะเดียวกันเน้นทำตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้รวดเร็วและกว้างขวางขึ้น รวมทั้งทำงานร่วมกับบริษัททัวร์ดึงนักท่องเที่ยวมาช็อปปิ้ง
นอกจากนั้น ยังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือ เพราะต้องใช้ความประณีตและประสบการณ์ ซึ่งช่างฝีมือรุ่นเก่าเริ่มหันไปทำอาชีพอื่น ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ก็ไม่สนใจอาชีพการทำเครื่องเงิน ดังนั้นต้องเร่งหาแนวทางการแก้ไขปัญหา เช่น ฝึกเด็กอาชีวศึกษา ป้อนสู่ตลาดแรงงาน
ด้านนางเสาวณี เขื่อนธะนะ ประธานกลุ่มคลัสเตอร์เครื่องเงินน่าน ซึ่งมีสมาชิก 14 ราย กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดส่งออกปีนี้ขยายตัวเล็กน้อย เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่วนตลาดในประเทศยังขยายตัวได้ดี แม้ว่าเศรษฐกิจภาพรวมจะไม่ขยายตัว ปัจจุบันผู้ประกอบการได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดีไซน์ ให้สวยงาม ทันสมัย เจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่น เช่น สร้อย แหวน กำไล และพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นของใช้ในครัวเรือน อาทิ แจกัน กรอบรูป เป็นต้น
นายสำเริง สวัสดีนฤนาท อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจเครื่องเงินน่านขยายตัวรวดเร็ว ปัจจัยบวกมาจากการท่องเที่ยวที่เติบโตแบบก้าวกระโดด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเลือกซื้อเครื่องเงินเป็นของฝากโดยมีมูลค่าประมาณ 200 ล้านบาทในปี 2557 ส่วนมูลค่าตลาดรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท
ข้อมูลจาก http://www.prachachat.net/