ปัจจุบันเครื่องเงิน หรือเครื่องประดับเงินได้รับความนิยมอย่างมาก มีจำหน่ายมากมายหลายแห่ง มีวางขายกันหลายแห่งตั้งแต่บนห้างดัง ข้างถนน จนถึงร้านค้าออนไลน์ สินค้ายอดฮิต เช่น กำไลเงิน แหวนเงิน เข็มขัดเงิน สร้อยเงิน หรือจะเป็น เครื่องเงินโบราณต่างๆ เช่น ขันเงินหรือ สลุงเงิน พานเงิน ถ้าไม่ได้ซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ มีโอกาสมากที่จะได้ งานที่ไม่ใช่เงินแท้เงินสเตอริ่ง 925 หรือเครื่องเงินปลอม
นิยาม เครื่องเงินไม่แท้ หมายถึงอะไรบ้าง
- เครื่องเงินที่มีเนื้อเงินแท้ไม่ถึง 92.5 % หรือเงินเปอร์เซ็นต์ต่ำ เป็นเครื่องเงินที่มีส่วนผสมของทองแดงและโลหะอื่นผสมอยู่ปริมาณมาก มากกว่า 7.5 % ของน้ำหนัก
- งานชุบเงินหรือกะหลั่ยเงิน ชุบเงินที่ผิวงานเท่านั้น
เอาละซิ้ ทีนี้จะทำยังไงถึงจะทราบว่าเครื่องเงินเหล่านั้น หรือเครื่องเงินที่กำลังจะซื้อมีเนื้อเงินปริมาณสูงหรือเป็นเงินแท้ผมจะสรุปง่ายดังข้างล่างนี้
วิธีตรวจสอบเครื่องเงินง่ายๆดังนี้
1.ดูด้วยสายตา
- ดูที่ลวดลายชิ้นงานว่ามีความประณีตอ่อนช้อยหรือไม่ ชิ้นงานที่ทำจากเงินแท้จะมีความอ่อนขึ้นรูปได้ง่ายทำให้รอยสลักลึกเห็นลวดลายชัดเจน แต่ถ้ามีเนื้อเงินผสมอยู่น้อยจะทำให้งานแข้งตีขึ้นรูปยากรอยไม่ลึกเว้นม่อ่อนช้อย อาจตีความได้เลยว่ามีเงินผสมอยู่น้อยเป็นงานไม่แท้
- ดูความนิ่มของเนื้อเงิน คุณสมบัติของเงินแท้นั้นจะนิ่ม ขึ้นรูปได้ง่าย ดัดให้โค้งอ่อนเข้ารูปได้ หากชิ้นงานแข็งไม่ยึดหยุ่น ก็เหมือนเดิมฟันธงไปเลยว่ามีเนื้อเงินน้อย หรือ เป็นของชุบเงินนั่นเองชิ้นงานที่เป็นเงินแท้มักจะมีโค๊ด 925* กำกับอยู่บนชิ้นงาน
- ตรวจดูสีของเครื่องเงิน ต้องเป็นสีเงินแท้ไม่เพี้ยน ไม่ออกเหลือง อมแดง เพราะนั่นหมายถึงชิ้นงานจะมีส่วนผสมของทองแดงอยู่ในปริมาณมาก
- ดูสนิมความเงา ความดำของชิ้นงาน เงินแท้นั้นจะดำง่าย มีสนิมหรือคราบดำเกาะติดเลยแต่ถ้าดูแล้วเห็นคราบสนิมที่มีสีเขียวในบางจุด ก็แสดงว่าเครื่องเงินชุดนั้นมีทองแดงผสมอยู่ในปริมาณมากนั่นเอง
- ตรวจสอบน้ำหนักของชิ้นงาน ใช้ความรู้สึกไม่เบาเกินหรือหนักเกินไปเมื่อเทียบกับขนาดงาน ค่อนข้างยากไว้เก๋าๆจะดูออกเอง
วิธีเหล่านี้อาจต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์พอสมควรมือใหม่อาจจะยังงงแยกไม่ออกบ้างแต่ถ้าได้จับบ่อยๆก็จะเข้าใจความแตกต่างระหว่างเงินแท้และเงินปลอมได้ไม่ยาก
หมายเหตุ 925* คือ ปริมาณเนื้อเงิน 92.5% โดยน้ำหนัก จะมีโลหะอื่นผสมเช่นทองแดง อยู่ไม่เกิน 7.5 %
2.ใช้ปากกาเคมีตรวจสอบชนิดโลหะ
หลักการก็คือสีของปากกาที่ป้ายลงไปชิ้นงาน สีเคมีของปากกาจะเปลี่ยนไปตามเคมีกับโลหะที่ป้าย หากเป็นเงินจะเปลี่ยนไปดังนี้
- ป้ายปากกาลงบนชิ้นงาน แล้วนำชิ้นงานไปส่องใต้หลอดไฟ ขนาด 100 วัต หรือ เอาไปตากแดดไว้สักครู่แดดต้องจัดนะ
- เงิน 99% สีของหมึกจะเปลี่ยนเป้นสีดำ ภายในะระเวลาไม่เกิน 30 นาที
- เงิน 90% : สีจะเปลี่ยนเป้นสีดำภายใน 10 นาที
- เงิน 50-75% สีจะเปลี่ยนเป้นสีดำภายใน 2-3 นาที
- เงินชุบ ให้ทำซ้ำที่ตำแหน่งเดิมจะเผยให้เห็นผิวจริงของเนื้องาน
- ถ้าสีออกเขียวแสดงว่ามีทองแดงผสมอยู่เยอะ
3.ใช้วิธีการตรวจสอบเงินแท้เผาไฟ การใช้ไฟเผาเป็นวิธีการที่คลาสสิกดั้งเดิม การใช้ไฟเผาเป็นวิธีตรวจสอบความบริสุทธิ์มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นทอง หรือเงินก็สามารถใช้ไฟเผาเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ของเนื้อเงินได้ โดยที่ชินงานแท้จะไม่ได้รับความเสียหาย ทดสอบง่ายๆโดยการใช้ไฟแช็คเผาชิ้นงานให้แดงเลยแล้วเอาไฟออก โดยเงินแท้ 925 เมื่อเผาไฟนั้นจะไม่เปลี่ยนสีแต่หากมีโลหะอื่นผสมอยู่มากนั้นจะ เครื่องเงินจะมีเขม่าสีดำเกาะอยู่บนชิ้นงาน หากใช้การชุบสารที่ชุบจะหรือลอกละลายออกมาจากผิวชิ้นงานให้เห็นเลย ในตัวอย่างวิดีโอจะเป็นการเผาทองซึ่งจะให้ผลลัพธ์เหมือนกับเงินเลย
4. การตรวจสอบเงินแท้ด้วยแม่เหล็ก เงินแท้แม่เหล็กจะดูดไม่ติด หากมีเหล็กหรือโลหะอื่นสอดไส้อยู่ในเนื้อเงิน แม่เหล็กแรงสูงดูดดู หากชิ้นงานติดหรือวิ่งเข้าหาแม่เหล็กก็แสดงว่ามีโลหะผสมมาก นี่ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยตรวจสอบเบื้องต้นได้ ต้องใช้แม่เหล็กแรงสูงจะเห็นผลได้ชัดเจน หากชิ้นงานมีขนาดเล็กให้วางบนโฟมแล้วเอาไปลอยในอ่างน้ำหรือกะละมังเอาแม่เหล็กไปจ่อหากเป็นเงินแท้จะไม่เกิดอะไรขึ้น แต่หากมีเหล็กผสมชิ้นโฟมจะวิ่งเข้าหาแม่เหล็กทันที ดูตัวอย่างได้ในวิดีโอที่แนบมาให้นี้
5.ใช้การขูดดูเนื้อเงิน
- ใช้ตะไบขูดด้านหลังของชิ้นงาน หรือด้านที่ซ่อนหลบมุมอยู่เพื่อเปิดดูเนื้อเงินข้างใน หากมีสีแดงก็แสดงว่ามีเนื้อทองแดงผสมอยู่ในปริมาณมาก หรือเป็นงานชุบมา แต่ถ้ามีสีขาวเหมือนเงินต้องใช้วิธีอื่นทดสอบต่อไป
- ใช้การฝนหินลองทองเพื่อสังเกตดูสีของเศษเนื้อเงินที่ติดกับหิน หากมีสีแดงก็เหมือนเดิมคือมีทองแดงผสมอยู่ในปริมาณมาก หากเป็นสีขาวเงินก็มีความน่าจะเป็นเงินแท้ ยังไม่ฟันธง เพราะอาจมีการผสมเนื้อนิกเกิ้ลที่มีความเงาและมีเนื้อสีขาวเข้าไปด้วยทำให้ตรวจสอบได้ยาก ต้องดูการตรวจสอบวิธีอื่นๆประกอบด้วย
6.ตรวจสอบโดยใช้สารเคมี(กรด)ที่ใช้ตรวจเครื่องเงินโดยเฉพาะ
น้ำยาตรวจสอบเครื่องเงิน หรือ กรดตรวจสอบเครื่องเงิน มีขายเป็นขวด มีลักษะเหมือนขวดน้ำยาหยอดตา เอาไว้บีบหยดลงบนชินงาน สารที่ใช้ตรวจสอบมีลักษณะเป็นกรด ประกอบไปด้วย nitric acid และ muriatic acid การใช้งานจึงต้องระมัดระวังอย่าให้โดนผิวหนัง และสูดไอกรดเข้าไป
การปฏิบัติเมื่อได้รับหรือโดนสารนี้ ก็ปฏิบัติเช่นเดียวกับการโดนน้ำกรดนั่นเองคือต้องรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด หากกลืนกินก็ให้ดื่มนมตาม ไม่ควรทำให้อาเจียน แล้วรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์
การเก็บรักษา เก็บไว้ในที่แห้ง อุณหภูมิห้องไม่ร้อน ก็อย่าวางไว้ใกล้มือเด็กหรือในพื้นที่ที่อาจเข้าใจผิดหยิบไปหยอดตาได้
วิธีใช้งาน
- นำชิ้นงานไปขูดขีดบนหินลองทองที่ตำแหน่งเดิม 3 ครั้ง ให้ลึกถึงผิดใน แยกให้แต่ละจุดที่ฝนกับหินลองทองให้ห่างๆกันหน่อยจะได้เห็นชัดเจนเวลาหยดน้ำยาบนรอยฝน
- เทน้ำยาลงบนรอยขีดทั้ง 3 รอย ถ้าสีน้ำยาตรวจสอบเงินได้สีแดงเข้ม ทั้ง 3 จุดแสดงว่ามีส่วนผสมของเงินแท้ปริมาณสูงทั้งชิ้น
- ถ้าสีของน้ำยาตรวจสอบไม่เหมือนกัน แสดงว่าชิ้นงานมีการชุบกะหลั่ย เงินมา จุดแรกสีปกติจะแดงเข้ม จุดที่2 หรือ 3 ซึ่งเป้นเนื้อด้านในของชิ้นงาน น้ำยาจะเงินออกสีฟ้า มีทองแดงผสมอยู่มากนั่นเอง
ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีเบื้องต้นที่ใช้ตรวจสอบเครื่องเงิน ไม่ให้ถูกหลอกขาย หรือซื้อเครื่องเงินที่ไม่ได้คุณภาพลองไปทำกันดูนะครับ